วันจันทร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2560

มะเร็งลำไส้เล็ก

เกิดจากอะไร สาเหตุ ปัจจัยที่ทำให้เกิด โรคมะเร็งลำไส้เล็ก คืออะไร รักษาโรคมะเร็งลำไส้เล็ก อย่างไร สำหรับผู้ป่วยมะเร็งลำไส้เล็กต้องดูแลอย่างไร โรคในระบบทางเดินอาหาร ความผิดปรกติของเซลล์ในร่างกาย โรคมะเร็งที่พบได้ไมบ่อย ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งลำไส้เล็ก มีอะไรบ้าง
ลำไส้เล็ก ทำความรู้จักกับ ลำไส้เล็ก หน้าที่ของลำไส้เล็ก นั้นคือ การย่อยอาหารและดูดซึมสารอาหารที่ถูกย่อยเข้ากระแสเลือด เพื่อนำสารอาหารเหล่านั้นไปใช้ประโยชน์ ซึ่ง ลำไส้เล็ก นั้นมีความสำคัญต่อร่างกาย ซึ่งใน ลำไส้เล็ก นั้นบทบาทมากที่สุด ในลำไส้เล็กจะมี ติ่งที่ยื่นออกมา เราเรียกติ่งนี้ว่า วิลไล ภาษาอังกฤษ เรียก Villi ส่วนนี้ เป็นส่วนสำคัญที่ใช้เพื่อเพิ่มความสามารถในการดูดซึมสารอาหารของ ลำไส้เล็ก โครงสร้างลำไส้เล็ก ลำไส้เล็ก นั้นมีลักษณะเป็นท่อ เป็นกล้ามเนื้อ มีความยาวประมาณ 10 เมตร เป็นจุดที่เชื่อมต่อจากส่วนปลายของกระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก นั้นจะสร้างน้ำย่อยออกมา เพื่อประโยชน์ในการย่อยอาหาร และการดูดซึมอาหารให้ได้มากที่สุด ลำไส้เล็ก(Small intestine) สามารถแบ่งได้ 3 ส่วน ประกอบด้วย ลำไส้เล็กตอนต้น เรียก Duodenum ลำไส้เล็กส่วนกลาง เรียก Jejurium และ ลำไส้เล็กส่วนปลาย เรียก lleum โดยรายละเอียดของลำไส้เล็กส่วนต่างๆ มีรายละเอียด ดังนี้ • ลำไส้เล็กส่วนต้น (Duodenum) คือส่วนที่ต่อจากกระเพาะอาหาร ส่วนนี้จะเป็นส่วนที่สั่นที่สุด เมื่อเทียบกับลำไส้เล็กส่วนอื่นๆ • ลำไส้เล็กส่วนกลาง (Jejunum) ส่วนนี้จะมีความยาวประมาณ 9 ฟุต อยู่ต่อจากลำไส้เล็กส่วนต้น • ลำไส้เล็กส่วนปลาย (Ileum) เป็นส่วนของลำไส้เล็กที่อยู่ปลาย อยู่ติดกับลำไส้ใหญ่ เป็นส่วนที่มีความยาวมากที่สุด เป็นส่วนที่มีความสามารถในการดูดซึมสารอาหารมากที่สุด ของลำไส้เล็ก โรคมะเร็งลำไส้เล็ก สำหรับอัตราการเกิดโรคมะเร็งลำไส้เล็ก นั้นเราไม่พบว่ามีการป่วย โรคมะเร็งลำไส้เล็กในอัตราที่สูง โดย อัตราการเกิดมะเร็งลำไส้เล็ก ไม่ถึงร้อยละ 1 ของการเกิดมะเร็งในอวัยวะทั้งหมดของร่างกาย แต่โรคมะเร็งชนิดนี้ เราจะพบว่าผู้สูงอายุ ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป มีอัตราการเกิดที่สูงกว่าช่วงอายุที่ต่ำกว่า 50 ปี และอัตราการเกิดโรคเพศชายจะมีอัตราส่วนที่สูงกว่าเพศหญิง มะเร็งลำไส้เล็ก คือ การเกิดความผิดปรกติของเซลล์ร่างกายบริเวณลำไส้เล็ก ลักษณะเป็นเนื้องอก ก้อนเนื้อร้าย ที่ลามมาจากอวัยวะใกล้เคียง หรือสามารถแพร่ไปสู่อวัยวะใกล้เคียงได้ เช่น กระเพาะอาหาร ท่อน้ำดี ตับอ่อน เป็นต้น สาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งลำไส้เล็ก การเกิดโรคมะเร็งลำไส้เล็กนั้น ในปัจจุบันเรายัง ไม่สามารถทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงของการเกิด มะเร็งลำไส้เล็ก ได้แน่ชัดนัก แต่มีการพบสารบางตัว ที่ออกมาจากน้ำย่อยจากตับอ่อนและน้ำดี เช่น กรดลิโธโคลิก(Lithocholic) เป็นต้น ปัจจัยที่ทำให้เกิดมะเร็ง มาจาก พันธุกรรม โรคเนื้องอกชนิดดีบริเวณเยื่อบุผิว เนื้องอกชนิดต่อมขนอ่อน แผลที่ลำไส้เล็ก เป็นต้น
ประเภทของมะเร็งลำไส้เล็ก การเกิดมะเร็งลำไส้เล็ก เราพบว่ามีหลายลักษณะ ซึ่งเราสามารถแบ่งประเภทของมะเร็งลำไส้เล็กได้ 4 ประเภท มีรายละเอียด ดังนี้ 1. มะเร็งลำไส้เล็กชนิดต่อม เกิดต่อมที่เยื่อเมือกลำไส้เล็กส่วนต้น และต่อมนี้เกิดการพัฒนาเป็นเนื้องอก 2. มะเร็งลำไส้เล็กชนิดคาซินอย(Carcinoid) เป็นการเกิดเนื้อร้ายจากเซลล์enterochromaffin โดยทั่วไปแล้วเนื้องอกที่เกิดขึ้น จะมีขนาดเล็กและส่วนใหญ่แล้วจะเกิดขึ้นที่ลำไส้เล็กเพียงจุดเดียว แต่เมื่อเนื้องอกนี้พัฒนาตัวจนมีขนาดใหญ่ขึ้น จะสามารถลามจนเกิดเนื้อร้ายได้ 3. มะเร็งลำไส้เล็กชนิดกล้ามเนื้อเรียบ เป็นการเกิดชั้นของกล้ามเนื้อ ลักษณะเรียบ ที่ลำไส้เล็ก 4. มะเร็งลำไส้เล็กชนิดเนื้อร้ายของต่อมน้ำเหลือง เป็นเนื้องอกชนิดร้าย เกิดจากต่อมน้ำเหลืองที่ผนังลำไส้เล็ก แต่มะเร็งชนิดนี้ มีความแตกต่างจากมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่รุกล้ำถึงลำไส้เล็ก
อาการของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้เล็ก อาการของมะเร็งลำไส้เล็ก นั้น ก็จะเกิด การผิดปรกติของระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเราสามารถสรุป อาการของโรคมะเร็งลำไส้เล็ก ได้ดังนี้ 1. มีอาการปวดท้องส่วนบน ปวดท้องตื้อๆ หลังรับประทานอาหาร อาการปวดสามารถลามไปปวดบริเวณหลัง 2. มีอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน 3. มีเลือดออกที่ทางเดินอาหาร แบบเรื้อรัง สังเกตอาการจาก สีอุจจาระผิดปรกติ มีเลือดปนที่อุจจาระ อุจจาระมีสีดำ 4. น้ำหนักตัวลดลง ร่างกายอ่อนแอ โลหิตจาง 5. มีก้อนบริเวณท้องส่วนบนขวา เกิดจากเนื้องอก เนื้อร้าย มีขนาดใหญ่ขึ้นเมื่อเนื้องอกมีขนาดใหญ่ขึ้น วิธีการรักษามะเร็งลำไส้เล็ก การรักษาโรคมะเร็งลำไส้เล็ก นั้น หากพบว่ามีมะเร็ง ต้องทำการรักษาด้วยการตัดเนื้อร้ายออกและการฉายรังสี การทำเคมีบำบัด เพื่อป้องกันการเติบโตของเนื้อร้าย เราสามารถสรุป วิธีการรักษามะเร็งลำไส้ ได้ดังนี้ • การรักษามะเร็งลำไส้เล็กด้วยการผ่าตัด ซึ่งการผ่าตัดแพทย์จะทำการผ่าตัดลำไส้เล็ก หัวตับอ่อน การผ่าตัดท่อลำไส้เล็กแบบเป็นช่วงๆ และการผ่าตัดส่วนของกระเพาะอาหาร เป็นการตัดเนื้อร้ายออกจากร่างกาย แต่การผ่าตัดยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เนื่องจากเนื้อร้ายสามารถเจริญเติบโตได้ ดังนั้น ต้องมีการรักษาด้วยเคมีบำบัดควบคู่ไปด้วย • การรักษามะเร็งลำไส้เล็กด้วยการฉายรังสีและการทำเคมีบำบัด เป็นการทำให้เนื้อร้าย และเซลล์มะเร็งผ่อ ไม่สามารถเจริญเติบโตได้อีก วิธีการดูแลผู้ป่วยมะเร็งลำไส้เล็ก สำหรับการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้เล็กนั้น การลดการทำงานของระบบทางเดินอาหาร การใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหารเป็นสิ่งที่สำคัญ วิธีการดูแลผู้ป่วยมะเร็งลำไส้เล็ก มีดังนี้ • ผู้ป่วยต้องเลิกการบุหรี่ • ผู้ป่วยต้องไม่ดื่มสุรา • ผู้ป่วยต้องไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชาและกาแฟ • อาหารสำหรับผู้ป่วยต้องเป็นอาหารเบาๆ ไม่รสจัด หรือเผ็ด • การใช้ยาที่มีผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหารต้องปรึกษาแพทย์ • รับประทานอาหารที่มีกากใยอาหาร เช่น ผลไม้และผักสด • ควรให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารที่ครบห้าหมู่ • รักษาความสะอาดของภาชนะที่มีส่วนในการรับประทานอาหาร และความสะอาดของสิ่งแวดล้อมของผู้ป่วย ที่มา : http://beezab.com/

โรคมะเร็งหลอดอาหาร (Esophageal cancer )

เป็นเนื้อร้ายที่เกิดขึ้นกับหลอดอาหาร มะเร็งหลอดอาหาร เป็นมะเร็งที่พบมากในอันดับ 7 ของผู้ป่วยมะเร็งทั้งโลก ซึ่งมะเร็งหลอดอาหารพบมกในประเทศกำลังพัฒนา เราจะมาศึกษาเรื่องของมะเร็งหลอดอาหาร ความรู้เรื่องมะเร็งหลอดอาหาร ว่า สาเหตุของมะเร็งหลอดอาหาร อาการของมะเร็งหลอดอาหาร การรักษามะเร็งหลอดอาหารทำอย่างไร การดูแลและป้องกันการเกิดมะเร็งหลอดอาหาร โรคมะเร็งหลอดอาหาร คือ โรคเนื้อร้ายที่เกิดภายในหลอดอาหาร ซึ่งเนื้อร้ายมีการสร้างเซลล์ที่ผิดปรกติ และเกิดการแพร่กระจายสู่ ระบบน้ำเหลือง และ กระแสโลหิต ส่งผลให้เนื้อร้ายกระจายไปสู่อวัยวะอื่นๆของร่างกาย สาเหตุของโรคมะเร็งหลอดอาหาร สาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งหลอดอาหาร นั้นเกิดจากปัจจัยการบริโภค พฤติกรรมส่วนบุคคลที่ส่งผลกระทบต่อหลอดอาหาร ซึ่งเราสามารถสรุปผปัจจัยของสาเหตุการเกิดมะเร็งหลอดอาหาร ได้ดังนี้ • การถ่ายทอดทางพันธุกรรม • การเสพสิ่งเสพติด เช่น สุรา การสูบบุหรี่ เป็นต้น • การขาดสารอาหารบางชนิดอย่างต่อเนื่อง เช่น อาหารที่มีสารไนโตรโซ อาหารที่มีสารกันบูด อาหารปิ้งย่าง • อาการแทรกซ้อนของโรคกรดไหลย้อน ซึ่งทำให้หลอดอาหารเกิดการอักเสบ จนเกิดเนื้อร้ายของหลอดอาหาร • การติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิดที่หลอดอาหาร • การอักเสบของเยื่อบุหลอดอาหาร ซึ่งสาเหตุของกานอักเสบมีหลายสาเหตุ เช่น การกลืนสารพิษที่มีฤทธิ์เป็นกรด โรคเรื้อรังที่หลอดอาหาร เป็นต้น ระยะของโรคมะเร็งหลอดอาหาร โรคมะเร็งหลอดอาหารนั้น มีทั้งหมด 4 ระยะ ซึ่งโรคมะเร็งระยะต่างๆ มีรายละเอียด ดังนี้ • มะเร็งหลอดอาหาร ระยะที่ 1 ในระยะนี้ก้อนมะเร็งที่หลอดอาหารมีขนาดเล็ก และเนื้อร้ายยังอยู่เฉพาะภายในหลอดอาหาร • มะเร็งหลอดอาหาร ระยะที่ 2 ในระยะนี้ก้อนมะเร็งจะลุกลามไปถึงเนื้อเยื่อชั้นนอกของหลอดอาหาร เกิดการลามเข้าต่อมน้ำเหลือง • มะเร็งหลอดอาหาร ระยะที่ 3 ในระยะนี้ก้อนมะเร็งลุกลามจากเนื้อเยื้อด้านนอกของหลอดอาการ สู่อวัยวะที่อยู่ใกล้กับหลอดอาหาร เช่น ต่อมน้ำเหลือง • มะเร็งหลอดอาหาร ระยะที่ 4 ในระยะสุดท้ายเนื้อร้ายลามไปสู่อวัยวะอื่นๆ ที่ห่างจากหลอดอาหารมากขึ้น เช่น ช่องท้อง ไหปลาร้า คอ กระแสเลือด ปอด กระดูก ตับ และผิวหนัง เป็นระยะสุดท้ายที่รักษาไม่ได้แล้ว อาการของผู้ป่วยโรคมะเร็งหลอดอาหาร สำหรับโรคมะเร็งหลอดอาหารนั้น ผู้ป่วยในระยะแรกมักจะไม่มีอาการให้เห็น เมื่อถึงระยะของการเกิดโรค ผู้ป่วยจะมีอาการ กลืนอาหารลำบาก รู้สึกเหมือนมีอะไรติดเวลากลืนอาหาร มีอาการเจ็บเวลากลืนอาหาร นานๆไปจะสำลักเวลากลืน เสมหะมีเลือดปน และอาเจียนเป็นเลือด ผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนเพลีย ผอม และน้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว เสียงแหบ ต่อมน้ำเหลืองโต และมีโอกาสมะเร็งลามไปยังอวัยวะอื่นๆ การตรวจเพื่อวินิจฉัยโรคมะเร็งหลอดอาหาร การวินิจฉัยโรคมะเร็งหลอดอาหารนั้น เริ่มจากการสอบประวัติของผู้ป่วย ตรวจร่างกายตรวจเลือด เพื่อดูความปรกติในการทำงานของตับ ไตและระดับเกลือแร่ในร่างกาย ตรวจต่อมน้ำเหลืองที่ไหปลาร้า จากนั้นเอกซเรย์ การส่องกล้องตรวจหลอดอาหาร และตัดชิ้นเนื้อหลอดอาหารไปตรวจ การรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งหลอดอาหาร การรักษาโรคมะเร็งหลอดอาหารนั้น มีวิธีการรักษาอยู่ 3 วิธี คือ การผ่าตัด การฉายรังสีและการทำเคมีบำบัด ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้กำหนดวิธีการรักษา ว่าจะใช้วิธีการรักษาอย่างไร ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัย คือ ระยะของโรค ตำแหน่งของเนื้อร้ายและตัวผู้ป่วยเองว่ามีความพร้อมอย่างไร การรักษาวิธีต่างๆมีรายละเอียด ดังนี้ • การรักษามะเร็งหลอดอาหารด้วยการผ่าตัด การผ่าตัดใช้รักษาโรคมะเร็งหลอดอาหารในระยะเริ่มต้นๆ การผ่าตัดเนื้อร้ายออก เพื่อป้องกันการลุกลามของเนื้อร้ายและช่วยในเรื่องการกลืนอาหาร • การรักษามะเร็งหลอดอาหารโดยการฉายรังสี เป็นการควบคุมเนื้อร้ายไม่ให้ลุกลาม การรักษาวิธีนี้จะรักษาร่วมกับการทำเคมีบำบัด • การรักษามะเร็งหลอดอาหารด้วยการใช้ยาเคมีบำบัด เป็นการให้ยารักษาตรงที่มะเร็งหลอดอาหาร การให้ยาเคมีบำบัดจะมีวัตถุประสงค์ในการรักษา เช่นเดียวกับการฉายรังสีรักษา คือ ป้องกันการแพร่กระจายของเนื้อร้าย สมุนไพรที่มีเบต้าแคโรทีนสูง มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันมะเร็งได้ วันนี้เรารวมรวมสมุนไพรช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งมาให้เพื่อนเพื่อเป็นข้อมูล

มะเร็งกระเพาะอาหาร

โรดจากการเกิดเนื้อร้ายชนิดหนึ่งที่เซลล์เยื่อบุกระเพาะอาหาร ซึ่งเนื้อร้ายหรือเซลล์นั้นเกิดการแบ่งตัวอย่างผิดปกติ จนเป็นเนื้อร้ายที่เกิดขึ้นบริเวณกระเพาะอาหาร แต่สามารถกระจายตัวไปยังอวัยวะสำคัญของร่างกายอื่นๆได้ ไม่ว่าจะเป็น ตับ ตับอ่อน ลำไส้ ปอด รังไข่ รวมถึงต่อมน้ำเหลืองได้ มะเร็งกระเพาะอาหารมีสาเหตุของโรคอย่างไร อาการของโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร การตรวจวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคทำอย่างไร สำหรับคนที่กลัวโรคมะเร็งกระเพาะอาหารต้องทำอย่างไร สาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร การเกิดโรคมะเร็งที่กระเพาะอาหารมีสาเหตุและปัจจัยต่างๆ โดยสามารถแบ่งเป็นข้อๆได้ ดังนี้ • พันธุกรรม ในกลุ่มคนที่มีญาติสายตรง เช่น พ่อ แม่ พี่น้อง ป่วยเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร มีโอกาสเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้ ซึ่งหากพบว่าญาติสายตรงเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารต้องหมั่นตรวจสุขภาพบ่อยๆ • การติดเชื้อแบตทีเรีย เฮลโคแบกเทอร์ไพโลรี (Helicobacter pylori) เป็นเชื้อโรคที่ทำใหเเกิดแผลในกระเพาะอาหาร และสามารถลามเกิดเนื้อร้ายในกระเพาะอาหารได้ • การดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่จัด เป็นสาเหตุของโรคร้ายทั้งหลายรวมถึงโรคมะเร็งกระเพาะอาหารด้วย • การกินอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ เช่น อาหารรสเค็มจัด อาหารหมักดอง อาหารรมควัน อาหารที่มีดินประสิวเจือปน เป็นต้น • กินผักและผลไม้น้อย เนื่องจากอาหารประเภทนี้มีกากใยอาหาร ที่ช่วยในการล้างและทำความสะอาดลำไส้ ช่วยลดการเกิดโรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร • การมีประวัติการผ่าตัดกระเพาะอาหาร มานานกว่า ๒๐ ปี • การเกิดเนื้องอกที่กระเพาะและลำไส้ ซึ่งเนื้องอกบางชนิดสามารถถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรม ระยะของโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร สำหรับโรคมะเร็งกระเพาะอาหารนั้น สามารถแบ่งระยะของโรคได้ เป็น 4 ระยะ ตามระดับความรุนแรงของโรค ซึ่งรายละเอียดของโรคมะเร็งกระเพาะอาหารระยะต่างๆ มีดังนี้ • มะเร็งกระเพาะอาหาร ระยะที่ 1 เนื้อร้ายอยู่ในชั้นเยื่อเมือกถึงชั้นกล้ามเนื้อของกระเพาะอาหาร ยังไม่มีการลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลือง • มะเร็งกระเพาะอาหาร ระยะที่ 2 เนื้อร้ายที่กระเพาะอาหารลุกลามเข้าเยื่อบุช่องท้อง แต่ยังไม่ลุกลามไปถึงต่อมน้ำเหลือง • มะเร็งกระเพาะอาหาร ระยะที่ 3 เนื้อร้ายที่กระเพาะอาหารลุกลามเข้าอวัยวะข้างเคียง เช่น ม้าม ลำไส้เล็ก ตับอ่อน และเยื่อบุช่องท้อง รวมถึงต่อมน้ำเหลือง • มะเร็งกระเพาะอาหาร ระยะที่ 4 เนื้อร้ายมีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ ทั่วอวัยวะภายในของร่างกาย อาการของผู้ป่วยโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร สำหรับผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหารในระยะเริ่มต้นนั้น มักจะไม้แสดงอาการให้เห็นอย่างเด่นชัด มีลักษณะอาการคล้ายกับโรคกระเพาะอาหารธรรมดาหรือโรคแผลที่กระเพาะอาหาร ซึ่งลักษณะ อาการ ดังนี้ อาหารไม่ย่อย รู้สึกไม่สบายท้อง ท้องอืดหลังกินข้าว คลื่นไส้เล็กน้อยแต่มักไม่อาเจียน เบื่ออาหาร แสบร้อนกลางอก เป็นต้น เมื่อเกิดมะเร็งรุนแรงมากขึ้น จะแสดงอาการให้เห็นอย่างชัดเจนมากขึ้น ลักษณะอาการ คือ มีเลือดปนในอุจจาระ อุจจาระมีสีดำ อาเจียนเป็นเลือด น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ ปวดท้อง มีก้อนเนื้อบริเวณลิ้นปี่ หากเกิดการแพร่กระจายของเชื้อมะเร็ง จะพบว่าเกิดอาการต่อมน้ำเหลืองโต ตับโต ตาเหลือง ตัวเหลือง มีน้ำในช่องท้อง หายใจลำบาก เป็นต้น วินิจฉัยมะเร็งกระเพาะอาหารของแพทย์ทำอย่างไร เมื่อผู้ป่วยมีอาการดังกล่าวมาข้างต้น และสงสัยว่าจะเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร ทางแพทย์จะมีวิธีในการวินิจฉัยโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร ดังต่อไปนี้ • แพทย์จะซักประวัติ เช่น ลักษณะของอาการปวดท้อง สีของอุจจาระ ประวัติการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อประกอบการวินิจฉัย • ตรวจร่างกายด้วยการเอกซเรย์ทางเดินอาหารส่วนบน • ทำการเอกซเรย์กลืนแป้ง • อัลตราซาวน์ระบบภายในหลอดอาหารและกระเพาะอาหาร เพื่อดูร่องรอยของโรค • เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่ช่องท้อง เพื่อดูร่องรอยของโรคที่บริเวณหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น • การตัดชิ้นเนื้อเพื่อตรวจทางพยาธิ • การตรวจเลือดซีบีซี (CBC) เพื่อประเมินสภาพร่างกายทั่วๆไป เบาหวาน การทำงานของไต การทำงานของตับ และดูระดับเกลือแร่ในเลือด การตรวจเลือดเพื่อหาสารมะเร็งชนิดซีอีเอ (CEA) • ทำการเอกซเรย์ปอด เพื่อดูความผิดปกติในช่องอกและปอด • ตรวจปัสสาวะ เพื่อประเมินสภาพร่างกายทั่วๆไปของผู้ป่วยก่อนการรักษา รักษามะเร็งกระเพาะอาหารอย่างไร สำหรับการรักษาโรคมะเร็งที่กระเพาะอาหารนั้น มีวิธีการในการรักษาอยู่ 4 วิธี คือ การผ่าตัด การให้ยาเคมีบำบัด การฉายรังสีรักษา และการประคับประคองตามอาการของผู้ป่วย ซึ่งการรักษาด้วยวิธีการต่างๆนั้นขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ว่าจะใช้การรักษาอย่างไร ซึ่งรายละเอียดของการรักษาโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร มีดังนี้ • การรักษามะเร็งกระเพาะอาหาร ด้วยการผ่าตัด เป็นวิธีแรกที่จะใช้ในการรักษา การผ่าตัดนั้นจะทำการผ่าตัดเนื้อร้ายที่กระเพาะอาหารออกจากร่างกายออกก่อน • การรักษามะเร็งกระเพาะอาหาร ด้วยการใช้ยาเคมีบำบัด การใช้เคมีบำบัดนั้นทำเพื่อลดขนาดของก้อนเนื้อร้าย ซึ่งการใช้เคมีบำบัดจะทำร่วมกับการฉายรังสี • การรักษามะเร็งกระเพาะอาหาร ด้วยการรังสี ทำเพื่อบรรเทาอาการและลดการแพร่กระจายของเนื้อร้าย • การรักษาด้วยการประคับประคองเพื่อบรรเทาอาการของผู้ป่วย เพื่อให้ร่างกายและอวัยวะอื่นๆที่ได้รับผลกระทบค่อยๆฟื้นตัวและหายเอง ป้องกันการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร สำหรับการป้องกันโรคมะเร็งกระเพาะอาหารนั้นยังไม่มีวิธีใดที่มีประสิทธิภาพ 100 % แต่การลดปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรค เช่น หลีกเลี้ยงการรับประทานอาหารปิ้งย่าง หลีกเลี่ยงการกินของหมักดอง หลีกเลี่ยงกินอาหารเค็มจัด เลิกการดื่มเหล้าและเลิกการสูบบุหรี่ รับประทานอาหารประเภทผักและผลไม้เป็นประจำ ที่มา : http://beezab.com/

โรคมะเร็งต่อมไทรอยด์

โรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ ความรุนแรงของโรคไม่มาก การรักษาได้ผลสูงถึงร้อยละ 80 หากรักษาได้ทันท่วงที สามารถหายและอยู่ได้ถึง 10 ถึง 20 ปี และผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 45 ปี ความรุนแรงของโรคจะสูงกว่าผู้ป่วยที่มีอายุน้อยกว่า 45 ปี วันนี้เรามาทำความรู้จักกับมะเร็งต่อมไทรอยด์ ว่าคืออะไร สาเหตุ อาการ การรักษาและการป้องกันโรค ทำอย่างไร โรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ คือ เนื้อร้ายที่เกิดกับต่อมไทรอยด์ เป็นมะเร็งที่เกิดกับต่อมไทรอยด์ รวมถึงเนื้อเยื่อที่เชื่อมต่อกับต่อมไทรอยด์ มะเร็งต่อมไทรอยด์สามารถแบ่งเป็น 2 ชนิดใหญ่ๆ คือ ชนิดที่เซลล์มะเร็งจับกินแร่รังสีไอโอดีน และ ชนิดที่เซลล์มะเร็งไม่จับกินแร่รังสีไอโอดีน รายละเอียดของชนิดมะเร็งต่อมไทรอยด์ มีรายละเอียด ดังนี้ 1. มะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิดที่เซลล์มะเร็งจับกินแร่รังสีไอโอดีน ภาษาอังกฤษ เรียก Differentiated carcinoma เป็นมะเร็งที่พบได้ถึง ร้อยละ 90 ของโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ทั้งหมด 2. มะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิดที่เซลล์มะเร็งไม่จับกินแร่รังสีไอโอดีน พบว่ามะเร็งชนิดนี้ มีไม่มาก ประมาณร้อยละ 5 กลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดมะเร็งต่อมไทรอยด์ คือ คนทุกช่วงอายุ ตั้งแต่ 10 ปี ถึง 80 ปี และโอกาสของการเกิดผู้หญิงมีโอกาสเกิดโรคนี้มากกว่าผู้ชาย สาเหตุของโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ สาเหตุของโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ ยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน ซึ่งสามารถแบ่งปัจจัยของการเกิดโรคได้ 3 ปัจจัยใหญ่ คือ กรรมพันธุ์ สิ่งแวดล้อม และการรับประทานอาหาร โดยรายละเอียด ดังนี้ 1. กรรมพันธุ์ โรคเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์บางชนิด มีรายงานว่าสามารถถ่ายทอดทางพันธุ์กรรมได้ 2. สิ่งแวดล้อม รังสีกัมมันตรังสีมีและรังสีไอออนไนซ์ผลต่อเซลล์ของต่อมไทรอยด์ 3. การรับสารอาหารเข้าสู่ร่างกาย ระดับของเกลือแร่ไอโอดีนมีผลต่อการทำงานของฮอร์โมนไทรอยด์ อาการของโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ โดยผู้ป่วยจะมีอาการเหมือนโรคคอพอก คือ มีก้อนที่คอ สามารถคลำได้ ไม่มีอาการปวด แต่ในบางครั้งก๋มีอาการปวด เมื่อกดที่ก้อนเนื้อจะมีเสียงแหบ เนื่องจากก้อนเนื้อลุกลามไปถึงเส้นประสาท ทำให้หายใจลำบาก อาจลุกลามไปถึงหลอดลมและหลอดอาหารได้ จำเป็นต้องรีบรักษา เพราะถ้าไม่รักษาให้ทันอจากลามจนเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งกระดูก ได้ โรคมะเร็งต่อมไทรอยด์มีทั้งสิ้น 4 ระยะโดย รายละเอียดของมะเร็งต่อมไทรอยด์ระยะต่างๆ มีดังนี้ ระยะที่ 1 มีโรคเกิดขึ้นที่ต่อมไทรอยด์ และมีการลุกลามไปที่โรคกี่ยวกับต่อมน้ำเหลืองบริเวณลำคอด้วย ขนาดของมะเร็งโตไม่เกิน 2 เซ็นติเมตร ระยะที่ 2 มะเร็งมีการเข้าสู่กระแสเลือดไปยังอวัยวะต่างๆของร่างกาย พบว่ามีการแพร่กระจายสู่ ปอด กระดูก ศีรษะ สมองและตับ มากที่สุด ขนาดของมะเร็งโตไม่เกิน 4 เซ็นติเมตร ระยะที่ 3 ระยะนี้มะเร็งจะมีขนาดใหญ่ ลุกลามไปสู่ต่อมน้ำเหลืองบริเวณลำคอที่อยู่ติดกับต่อมไทรอยด์ ระยะที่ 4 ระยะนี้มะเร็งมีการลุกลามไปถึงเนื้อเยื่อของร่างกาย และแพร่กระจายไปสู่กระแสเลือด เข้าสู่อวัยวะต่างๆ เป็นระยะสุดท้ายไม่สามารถรักษาให้หายได้แล้ว การตรวจโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ สามารถตรวจได้จาก การสังเกตุอาการเบื้องต้น จากนั้นตรวจเลือดเพื่อดูการทำงานของต่อมไทรอยด์ อัลตราซาวน์ต่อมไทรอยด์ และต่อมน้ำเหลือง เพื่อดูลักษณะของต่อมไทรอยด์ การตรวจเลือด เพื่อดูการทำงานของตับและไต เพื่อดูระดับเกลือแร่ในร่างกาย เช่น ระดับแคลเซียม เอกซเรย์ปอด เพื่อดูความผิดปกติของ ช่องอก หัวใจ และปอด และการตรวจปัสสาวะ เพื่อประเมินสภาพร่างกายทั่วๆไป การรักษาโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ การรรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์นี้ มีวิธีที่ใช้อยู่ 3 วิธี คือ การผ่าตัด การให้กินรังสีแร่ไอโอดีนและการให้ฮอร์โมนไทรอยด์ ซึ่งผู้ป่วยต้องทำการรักษาทั้ง 3 วิธี และอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด โดยรายละเอียด ดังนี้ การผ่าตัด การผ่าตัดเอาชิ้นเนื้อร้ายออก ซึ่งเป็นการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ออกบางส่วน การผ่าตัดจะเป็นขั้นตอนแรกในการรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ แต่ในการผ่าตัดนิยมผ่าตัดต่อมไทรอยด์ออกทั้ง 2 ส่วน การให้กินแร่รังสีไอโอดีน เป็นสารกัมมันตรังสีในรูปแบบแคปซูลหรือสารละลายน้ำ จะช่วยไม่ให้มะเร็งลุกลามหลังจากผ่าตัดต่อมไทรอยด์แล้ว ซึ่งการรักษาโดยให้กินแร่รังสีไอโอดีน อาจต้องกินมากกว่า 1 ครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ การให้ฮอร์โมนไทรอยด์ ซึ่งต้องกินฮอร์โมนไทรอยด์ตลอดชีวิต เนื่องจากร่างกายถูกตัดต่อมไทรอยดืออกไป จำเป็นต้องให้ฮอร์โมนทดแทนการขาดหายไปอย่างเพียงพอ ที่มา : http://beezab.com/

โรคมะเร็งชนิดต่างๆ

โรคมะเร็ง เป็นโรคที่เกิดจากเซลล์ในร่างกายของมนุษย์ที่มีสาเหตุจากการมีอุปนิสัยและการบริโภคอาหารที่มีส่วนกระตุ้นให้เกิดภาวะเสี่ยงต่อโรค รวมทั้งอาจมีสาเหตุจากพันธุกรรม โดยโรคมะเร็งที่พบมากมีหลายชนิด ได้แก่ มะเร็งต่อมไทรอยด์ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งลำไส้เล็ก มะเร็งในช่องปาก มะเร็งไต มะเร็งตับอ่อน มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งท่อน้ำดี มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม มะเร็งกระดูก มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งรังไข่ มะเร็งตับ และมะเร็งปอด เป็นต้น

วันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2559

โรคมะเร็ง (Cancer)


เป็นโรคของผู้ใหญ่ แต่พบได้ในทุกอายุ ตั้งแต่เด็กแรกเกิดไปจนถึงผู้สูงอายุ โดยพบได้สูงในอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ส่วนในเด็กพบน้อยกว่าในผู้ใหญ่ประมาณ 10 เท่า 
               โรคมะเร็งที่พบบ่อยของชายไทย เรียงจากลำดับแรก 10 ลำดับ ได้แก่ โรคมะเร็ง ตับ ปอด ลำไส้ใหญ่ ต่อมลูกหมาก ต่อมน้ำเหลือง เม็ดเลือดขาว กระเพาะปัสสาวะ ช่องปาก กระ เพาะอาหาร และหลอดอาหาร
               โรคมะเร็งพบบ่อยของหญิงไทยเรียงจากลำดับแรก 10 ลำดับ ได้แก่ โรคมะเร็ง เต้านม ปากมดลูก ตับ ปอด ลำไส้ใหญ่รังไข่ เม็ดเลือดขาว ช่องปาก ต่อมไทรอยด์ และมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
                โรคมะเร็งพบบ่อยในเด็กไทย เรียงจากลำดับแรก 4 ลำดับ ได้แก่ โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง โรคเนื้องอก/มะเร็งสมอง และโรคมะเร็งนิวโรบลาสโตมา/Neuroblas toma (มะเร็งของประสาทซิมพาทีติก)

วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2559